ภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ประจำชาติของญี่ปุ่น

เพื่อนๆไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน ไฮไลท์ประเทศญี่ปุ่นที่ได้สัมผัส โตเกียวฟูจิซัง หรือ ภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ประจำชาติของญี่ปุ่น มีความสูงเหนือจากระดับน้ำทะเล 3,776 เมตร ภูเขาที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในเรื่องความสวยงามที่ธรรมชาติได้มอบมาให้อย่างลงตัว ทั้งยังเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นตลอดทุกฤดูกาล

japan-9

ไปทัวร์ญี่ปุ่นครั้งนี้ได้ขึ้นสู่ชั้นที่ 5 ของภูเขาไฟฟูจิ สภาพอากาศที่เป็นใจ ทำให้ได้เห็นถึงความสวยงามของตัวภูเขาและวิวโดยรอบของภูเขาไฟฟูจิ และสัมผัสกับความหนาวเย็น รูปทรงของภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในโลก คือมีความสมมาตรกันทุกด้าน ไม่ว่าจะมองมุมไหนจะไม่มีบิดเบี้ยวเลย และมีหิมะปกคลุมเป็นสีขาวโพลนที่ยอดภูเขาไฟฟูจิเกือบตลอดทั้งปี

เขาว่ากันว่าภูเขาไฟฟูจิ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาไฟที่ขี้อายมาก เพราะจะ ไม่ยอมให้คนเห็นได้ง่ายๆ มักจะมีเมฆ หมอกปกคลุมตลอด แต่มีวิธีง่ายๆ ที่จะได้เห็นความสวยงามีแบบโดนไม่ต้องขึ้นไปที่ภูเขา แค่อย่ากำหนดวันไปแน่นอน แต่เช็คสภาพอากาศวันไหนพระอาทิตย์แจ่มใสก็ออกเดินทางไปดูกันได้เลย

สถานที่ไปชมพูเขาไฟฟูจิที่อยากแนะนำ คือทะเลสาบคาวากูจิโกะและฮาโกเนะ นอกจากได้เห็นความงามของภูเขาไฟฟูจิแล้วที่ทะเลสาบคาวากูจิโกะยังมีร้านขายของที่ระลึก เข้าไปดูของด้านในร้านจะขายพวกขนม ของกิน ตุ๊กตาฟูจิซัง พวงกุญแจ ร่ม พัด น่าซื้อไปฝากคนที่บ้านมากๆเลย หลังเลือกซื้อของฝากเสร็จก็ยังอดไม่ได้ที่ต้องถ่ายรูปสวยๆคู่กับฟูจิอีกครั้งก่อนกลับ นี่สิที่ใครๆเค้าก็อยากมาสัมผัสกัน

ทัวร์พม่าพาไปนมัสการวัดพระหินขาว

myanmar-0001ทัวร์พม่า เคยพาท่านไปมนัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่ามาก็หลายครั้งหลายหน มาครานี้ ทัวร์พม่าจะพาไปชมอีกหนึ่งความงามของประเทศพม่าที่วัดพระหินขาว พร้อมบอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของวันนี้ ถ้าท่านพร้อมแล้วตามทัวร์พม่ามาได้เลย

วัดพระหินขาว หรือที่มีชื่อเรียกอย่างทางการว่า “Lawka Chantha Abaya Labamuni Buddha Image” พระหินขาวนี้สร้างจากหินขาวที่มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มีตำหนิ    สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต หนัก 600 ตัน เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสิงคโปร์ และศรีลังกายกขึ้นหันฝ่าพระหัตถ์ออกจากองค์ หมายถึงการไล่ศัตรูและประทานความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังมีการนำหินที่เหลือมาสลักเป็นพระพุทธบาทซ้าย-ขวา ประดิษฐานอยู่ บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปด้วย จากนั้นชมช้างเผือกคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่าในบริเวณใกล้กันศาสนสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ใน เมืองหงสาวดี เป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่า 1,200 ปี เคยพังทลายลงมาเพราะแผ่นดินไหวเมื่อ พ.ศ. 2473 หรือเมื่อ 74 ปีที่แล้ว ต่อมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2497 ปัจจุบันพระธาตุมุเตามีความสูงประมาณ 125 เมตร พระราชวังหงสาวดี หรือ Kanbawzathadi Palace อดีตพระราชวังของ “พระเจ้าบุเรงนองกยอดิน นรธา” ที่คนไทยรู้จักในดีในนามของผู้ชนะสิบทิศ สิ่งปลูกสร้างไม่ว่าจะเป็น ตำหนักที่บรรทมและท้อง พระโรงที่ออกว่าราชการซึ่งตั้งอยู่ในพระราชวังทุกวันนี้ และเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกัน ในอดีตพระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 มีผังเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม กำแพงแต่ละด้านยาวประมาณ 1.5 ไมล์ถูกสร้างขึ้นใหม่ตามบันทึกของ นายราล์ฟ ฟิตซ์ ชาวอังกฤษซึ่งเข้ามาติดต่อค้าขายและได้เห็นเมืองหงสาวดีในยุครุ่งเรืองได้บรรยายไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2129 ก่อนที่พระราชวังหงสาวดีซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงามจะถูกเผาทำลายลงในปี พ.ศ. 2143 พระพุทธไสยาสน์ชเวทาลยวง ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี พระพุทธรูป องค์นี้มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 พระพุทธรูปองค์นี้ได้ตากแดดกรำฝนอยู่เป็นเวลาหลายร้อยปีจนกระทั่งทรุดโทรมลง ระหว่างนั้นก็ได้มีการบูรณะมาโดยตลอด

แต่ในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าอลองพญาแห่งราชวงศ์คองบอง ปราบมอญราบคาบ เมืองหงสาวดีถูกทิ้งร้างพระพุทธไสยาสน์ก็ถูกทอดทิ้งจนกลางเป็นเพียงกองอิฐถูกต้นไม้ขึ้นปกคลุมหมด จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษ สร้างทางรถไฟสายพม่าใต้ จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง โดยทาสีและปิดทองใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน พระมหาเจดีย์ พระมหาเจดีย์ซึ่งสร้างโดยพระเจ้าบุเรงนอง ในปี พ.ศ. 2103 เพื่อประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วจากลังกาและ พระเจดีย์ไจปุ่น ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี สร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์หันพระพักตร์ไปทุกทิศทาง แทนความหมายถึง พระพุทธเจ้า ทั้งสี่พระองค์ในภัทรกัป ได้เวลาสมควรนำท่านเดินกลับสู่กรุงย่างกุ้ง

สถานที่ท่องเที่ยวของบาหลี

bali-008ถึงแม้ว่าฉันจะอาจจะตัดบุโร พุทโธออกไปจากเส้นทางการทัวร์บาหลีของเราตามทีแค่เชื่อไหมขอรับว่าบาหลีนั้นเขายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่พิเศษหลายๆหลายแห่งต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์บาหลีไม่ว่าจะคงจะคือสถานที่ท่องเที่ยวแบบเดินเล่นทานอาหารบรรยากาศ สถานที่สำคัญทางศาสนาใช่หรือไม่สถานที่ท่องเที่ยวสมัยใหม่เรียกว่ามาทัวร์บาหลีที่เดียวสามารถเจอได้ทุกสไตล์ครับผม

               การแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวของบาหลีนั้นถ้ากระผมตรึงตามซอฟต์แวร์ทัวร์มาตรฐานทั่วไป เขาจะอาจแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวออกคือ 3 เขตกว้างๆ เช่นกันกันเช่นว่าเขตการังกาเสม เขตกลุงกุงพร้อมทั้งเขตเจ็มบานา โดยแต่ละเขตนั้นก็จะอาจมีของดีต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

               ในเขตการังกาเสมนั้นเราสามารถเยี่ยมชมสถานสถานเก่าแก่อันมีชื่อเสียงของอินโดนีเซียพร้อมด้วยของบาหลีอาทิเช่นวัดเบซากีห์, เทงกะนัน, วังเตียร์กากังกา, กุหนุงกาวี พร้อมกับท่าเรือปาดังไบบาหลี

               ส่วนในเขตกลุงกุงนั้นเราสามารถไปเยี่ยมชมวัดถ้ำช้าง, พระราชวังทามันกิลี, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ, ติฮิงกัน, หมู่บ้านที่พักอาศัยกามาสันพร้อมด้วยเกาะนูซาเปนิดา

               เขตสุดท้าย เขตเจ็มบานา ข้าพเจ้าสามารถชมอุทยานแห่งชาติบาหลีตะวันตก, พร้อมด้วยอ่าวกิลิมานุก

               นอกจากทั้งสามเขตอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่นอกเหนือไปจากบุโร พุทโธแล้วก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวย่อยๆ อีกมากมายที่นักท่องเที่ยวสามารถคิดวิเคราะห์ท่องเที่ยวได้ตามความชอบใจ ตัวอย่างเช่นในเขตบังลีที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งภูเขาไฟและทะเลสาบหรือเขตอื่นๆ อาณาเขตใกล้เคียง เหล่านี้เป็นต้น

               เห็นไหมครับว่าที่บาหลีนั้นไม่ได้คือสถานที่ท่องเที่ยวกระจอกเลยเรียกได้ว่าถ้าจะอาจเที่ยวบาหลีหมดทุกแห่งยังต้องอยู่ที่นี่ไม่ต่ำกว่าอาทิตย์อย่างแน่นอน ดังนั้นใครที่คิดจะน่าจะมาทัวร์ที่นี่จึงควรเซทแผนพร้อมทั้งจัดเวลาในการเที่ยวให้ดีขอรับ